2005/Nov/10

คัดมาจากเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่4

คิดมั่งสิคิดพ่อคนหัวใส!!!!!!!!!!!!!!!


วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2542 ที่ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรฯ พระราชวังดุสิต พระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระราชดำรัสให้กับคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ น่าสนใจมาก พระองค์ท่านพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์ท่านก็พูดไปเรื่อยๆ นะฮะ พระองค์ท่านพูดถึงว่า

"อันนี้ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เข้าข้างตัวเอง เพราะว่าพูดมาก่อนนี้แล้ว พูดมาก่อนที่ผู้ที่เป็นตัวละครในการถกเถียงกันได้มาอยู่ในตำแหน่งนั้น พูดมานานแล้ว แต่ว่าถ้าเงิน 20 บาท 25 บาทมั่ง ต่อดอลลาร์ 50 บาทมั่ง ต่อดอลลาร์ คนที่ .... ขอใช้คำว่าหัวใส"

พระองค์ท่านเรียกนะ

"เขารู้เขาไปซื้อดอลลาร์ราคา 25 บาท ไม่กี่วันดอลลาร์ขึ้นเป็น 50 เขาขาย 50 บาท ได้กำไร 2 เท่า อย่างนั้นเราเห็นว่าคนได้กำไรเราก็ยินดีด้วย ยินดีด้วยกับเขา ถ้าคนไหนรวยก็ดี แต่ที่ไม่ยินดีเพราะคนไหนที่ได้กำไรโดยมีเทคนิคสูงในการแลกเปลี่ยนหรือมีความรู้ รู้ไส้ ฝรั่งเขาเรียกว่า อินไซเดอร์"

นี่พระเจ้าอยู่หัวฯ พูดนะ เดี๋ยวจะโดนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีก มันช่างฟ้องจริง พวกอีช่างฟ้อง พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสต่อ ฟังให้ดีๆ

"ถ้าคนไหนรู้ไส้ของเศรษฐกิจชั้นสูงๆ อย่างนี้รวย แต่ว่าคนนั้นรวยอย่างที่ว่าเรายินดีกับเขา ถ้าเขารวยแล้วเขาใจบุญ แต่ว่าอย่างนี้เศรษฐกิจพัง พังเพราะอย่างนี้ จะไม่พูดว่าอันนี้ทุจริต แต่ว่าได้พูดไปแล้ว"

นี่พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งดุ้นเลย วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2542 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ไปคิดกันเอาเอง บางครั้งต้องใช้ปัญญาคิดเหมือนกันนะมาดูรายการนี้จะให้พูดกันฟันธงโชะ โชะ ทุกอย่างไม่ได้



edit @ 2005/11/10 22:32:57

2005/Oct/08

ไปดูมาแล้วเมื่อวาน

ชอบจัง

ดากานดาน่ารักมากๆ



"ชื่อ ดา-กาน-ดา"

*******

ได้ไปรู้มาว่าตอนจบในหนังไม่กล้าจบแบบในหนังสือ
เอาล่ะสิ อยากรู้น่ะสิในหนังสือจบอย่างไร

เมื่อวานหลังจากเล่นเน็ตและได้ข้อมูลมาว่า
หนังสือกล่องไปรษณรย์สีแดงมีขายที่งานสัปดาห์หนังสือ ศูนย์สิริกิติ์
ก็เลยวิ่งแจ้นขึ้นรถไฟใต้ดินไปซื้อเลย ปรากฏหนังสือยังไม่มา
ก็เลยกะเดินเล่นรีรอสักชม.นึง (เพราะงานนี้ก็มาไปแล้วรอบนึงเน้ออ..)
และในที่สุดก็ได้มาค่ะ

\ หนังสือ "กล่องไปรษณีย์สีแดง" ฉบับพิมพ์ครั้งใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3)
หาได้ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
หนังสือมีวางตั้งแต่วันที่ 7 - 16 ตุลาคม
ที่บูธเคล็ดไทย, บูธอัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ และบูธหนังสือใต้ดิน /

******

หลังจากที่ดั้นด้นไปซื้อแล้ว ก็นั่งอ่านแบบรวดเดียวจบ
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าหนังทำได้ดีกว่า

ไม่รู้เพราะถูกหนังมันกรัดกร่อนจินตนาการไปรึเปล่า
แต่สรุปโดยส่วนตัวแล้วว่า
ชอบหนังมากกว่าหนังสืออ่ะค่ะ
(ไม่เกี่ยวกับตอนจบนะ)

คือ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะมักได้ดูหนังก่อนแล้วมาตามอ่านหนังสือ
ด้วยเหตุผลที่ว่า "มาตามเก็บตกรายละเอียดที่ในหนังไม่มี หรือ ทำออกมาไม่ได้"

แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่อ่ะ
"เพื่อนสนิท" ผู้กำกับใส่ให้ไปเราเต็มที่แล้ว...แถมยังเกินออกมาอีกต่างหาก
รายละเอียดมันมาหมดแล้ว แม้จะดัดแปลงเนื้อเรื่องไปบ้างเล็กน้อยก็ตาม
ความรู้สึกของพระเอกที่มีต่อดากานดา ก็ถูกส่งออกมาหมดแล้วด้วยสายตาของซันนี่ : )
มันมาหมดแล้วในหนัง รายละเอียดที่อยากตามไปเก็บตกก็เลยไม่มี



แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะคะ หนังสือนวนิยายเต็มตัว
มันคือ 'สารคดีนิยาย'
ซึ่งก็น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนกัน

*******

ส่วนตอนจบที่ว่าต่างกันน่ะเหรอคะ
- ความลับ - ค่ะ 555+

*******

ส่วนทำไมเราถึงชอบหนังเรื่องนี้
บอกก็รู้หมดสิคะ ไปดูกันเองน๊า : )

*******

-บายบู-

2005/Oct/05

present Thesis ครั้งที่ 1 เสร็จแล้ว

ด้วยความที่ซ้อมพูดมาทุกอย่างจึงผ่านฉลุย : )

ตอนนี้ก็เหลือแต่ขั้นตอนกระบวนการทำ สู้ๆๆๆๆ

***

วันนี้เลยไปกินบุฟเฟ่ต์เค้กที่โนโวเทล สุขุมวิทมา
เยี่ยมมาก เค้กมากมาย
พร้อมเครื่องดื่ม
จะชากาแฟ หรือโกโก้ ก็ได้- รีฟีล 150บาท เอง!!!
(ขอบคุณไดอารี่น้องกระต่าย)

สิ่งที่ดีกว่าเค้กที่อร่อยคือ
พี่พนักงานน่ารักมาก ใจดี อัธยาศัยดี
พูดจาดี ประทับใจลูกค้าอย่างเราๆมากๆ

เพราะบางที่ในที่หรูๆ จะโรงแรม หรือร้านอาหารหรู
พนักงานจะชอบดูถูกลูกค้า ยิ่งเห็นเราเป็นเด็ก(จริงๆก็ไม่เด็ก) เป็นนิสิต
ก็จะแบบ- นะ - ไม่เต็มที่กับเรา -*-



แล้วก็อีกอย่าง คือ ไปกินกันเนี่ย มีอาจารย์ตามมากินทีหลังด้วย 1 คน
ก็เป็น7 คน
บิลออกมา 7 คน 981 บาท
ก็งง ว่าจริงๆ 7*150 ได้ 1050 นี่นา...



สุดท้ายที่แท้ อาจารย์เข้าสั่งกาแฟกับ เค้ก1ชิ้น
พี่เค้าเลยคิดราคา เป็น บุฟเฟ่ต์ 6 คน กับ ราคาเค้ก1ชิ้น+กาแฟ ของอาจารย์
ไม่ได้คิดเหมาว่าเป็นบุฟเฟต์อ่ะ



โห...น่ารักมากๆ ได้ใจลูกค้าไปหลายๆๆๆสิบๆๆๆๆ ดวงเล๊ย!!!!!!

****

ไม่ต้องเขียนในเมนูว่า smile ------- free
ก็ทำให้เรารู้สึกได้...สไมล์ยิ่งกว่าสไมล์..... ยิ้มยิ่งกว่ายิ้มอีก......